เรื่องย่อ ตี๋เหรินเจี๋ย นักสืบราชวงศ์ถัง (Detective Dee) ตอนที่ 6

ในเวลาเดียวกันนั้นตี๋เหรินเจี๋ยกับสองสาวยังคงถูกเหล่าสมุนของเซียวเฉาเทียนตามไล่ล่า หลังพบว่ามีคนร้ายทั้งหมด 22 คน (ทหาร 20 นาย และอู่ลิ่วกับอู่ชี) ตี๋เหรินเจี๋ยจึงบอกสองสาวให้หลบหลังตนเพราะคราวนี้ตนจะออกโรงเอง หงจินไม่เชื่อว่าบัณฑิตไร้ความสามารถอย่างตี๋เหรินเจี๋ยจะจัดการคนที่แกร่งและมีความสามารถ 22 คนได้โดยลำพังเลยลั่นวาจาว่าหากตี๋เหรินเจี๋ยทำได้จริงดังที่พูดพวกตนจะตามรับใช้เขาชั่วชีวิต ปรากฏว่าตี๋เหรินเจี๋ยอาศัยความช่างสังเกต ไหวพริบ และปัญญา ลวงคน 22 คนมาตายในกับดักได้โดยไม่ต้องลงมือ สองสาวเห็นดังนั้นก็รู้สึกทึ่งแต่ยังคงมองว่าเขาแค่บังเอิญโชคดี  ในที่สุดโม่อวี่ก็ตามหาตี๋เหรินเจี๋ยจนเจอ ทั้งหมดจึงรีบไปที่หยาเหมิน ครั้นมองว่าด้านนอกไม่มีคน ตี๋เหรินเจี๋ยจึงเดาว่าใต้เท้าเหยียนคงอยู่ด้านใน เขาอนุญาตให้สองสาวตามตนเข้าไปในหยาเหมินแต่มีข้อแม้ว่าต้องเชื่อฟังตนไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม โม่อวี่รู้สึกแปลกใจที่เห็นเซียวเฉาเทียนอยู่ด้านในกับใต้เท้าเหยียน ปรากฏว่าใต้เท้าเหยียนมีท่าทีที่เปลี่ยนไป ซ้ำยังบอกให้ตี๋เหรินเจี๋ยยอมมอบตัวแต่โดยดีแล้วตนจะขอพระราชทานอภัยโทษให้ โม่อวี่ได้ยินดังนั้นจึงโวยลั่น ผิดกับตี๋เหรินเจี๋ยที่มีท่าทีสงบนิ่ง เพราะรู้ว่าใต้เท้าเหยียนเห็นปลายดาบหักและเก็บไว้เป็นหลักฐานแล้ว เขายังรู้ด้วยว่าที่ขุนนางใจซื่อมือสะอาดอย่างใต้เท้าเหยียนแปรเปลี่ยนไปและไม่กล้าสู้หน้าตน เป็นเพราะโดนเซียวเฉาเทียนขู่ว่าจะฆ่าล้างครัวแบบเดียวกับวังจื่อเฟิง ตี๋เหรินเจี๋ยยอมให้เซียวเฉาเทียนจับตนและพวกไปประหารแต่โดยดี   ถึงกระนั้นเขาก็มีคำขอสุดท้ายโดยบอกว่าหากตนตายแล้วขอให้ใต้เท้าเหยียนกลับไปเป็นคนใจสัตย์ซื่อถือคุณธรรมดังเดิม เพราะราษฎรจำเป็นต้องมีขุนนางดีเป็นที่พึ่ง  เมื่อจ้าวเป่าแจ้งว่าถนนซ่อมเสร็จแล้วและเตือนให้รีบเดินทาง ใต้เท้าเหยียนจึงตัดใจตามจ้าวเป่าไป เซียวเฉาเทียนประกาศความผิดของตี๋เหรินเจี๋ยซึ่งมีโทษประหารโดยไม่สนใจเสียงคัดค้านของประชาชน ตี๋เหรินเจี๋ยไม่สะทกสะท้านซ้ำยังเตือนว่านี่เป็นโอกาสสุดท้ายของเซียวเฉาเทียน หากเขารับสารภาพความผิดบาปทั้งหมดที่เคยก่อและยอมรับว่าตนคือฆาตกรตัวจริง ไม่แน่ว่าอาจหายใจได้นานขึ้นสักสองสามวัน  มิเช่นนั้นวันนี้จะเป็นวันสุดท้ายของเขา เซียวเฉาเทียนไม่สนใจคำขู่และชักดาบออกจากฝักทันที เขากำลังจะลงดาบฆ่าตี๋เหรินเจี๋ยแต่ใต้เท้าเหยียนกลับมาห้ามเอาไว้ได้ทัน หลังจากนั้นก็ประกาศความผิดของเซียวเฉาเทียนให้ทุกคนรับรู้ โดยนำหลักฐาน (ปลายดาบหัก) มาแสดงต่อหน้าทุกคน  หลังจำนนต่อหลักฐานทั้งยังขู่ฆ่าล้างครัวไม่สำเร็จ…

เรื่องมากับพระ ภาคต่อ2

ชีวิตเลยกลับบ้านเกิดเพื่อรักษาแผลใจ แต่เมื่อได้มาเห็นความยากลำบากของชาวเขา จึงร่วมมือกับหลวงพี่สิทธิ์และพล ช่วยพัฒนาวัดทองพันชั่ง จนมีเรื่องขัดใจกับพ่อเสาวลักษณ์ ศรีอรัญญ์ รับบท ลิ้นจี่ พี่สาวคนสวยของแตงโม เป็นหญิงชาวบ้าน สนิทกับน้องสาวมาก ปรึกษาได้ทุกเรื่องโก๊ะตี๋ อารามบอย รับบท เณรโก๊ะ เณรรุ่นพี่เณรเล็ก ซุกซน เป็นหัวโจกที่ทำให้พระหลับ และเณรเล็ก อาบัติอยู่เสมออ๊อฟ แฟนฉัน รับบท เณรเล็ก เณรน้อยที่ถูกแม่ตามใจ รักสนุกตามประสาเด็ก แต่ถูกพ่อดัดนิสัยด้วยการส่งมาอยู่ที่วัดทองพันชั่ง กล้วย เชิญยิ้ม รับบท พระหลับ รักการสอนหนังสือเด็ก มีนิสัยชอบหลับมักจะหลงคารม 2 เณรน้อยจนเกิดเหตุอาบัติบ่อยครั้งพิศาล อัครเศรณี รับบท กำนันยศ กำนันผู้เป็นนายทุนใหญ่ในพื้นที่ เป็นพ่อของแตงโม ครอบคลุมกิจการ ส่วนใหญ่ในพื้นที่ทั้งหมด โลภมากอยากได้ทองที่โทนี่มา นำเสนอ ถึงกับจะทำลายโบสถ์สมชาย ศักดิกุล รับบท โทนี่ โจรขโมยทองคำที่นำมาฝังไว้ในวัดทองพันชั่งและหลอกใช้กำนันยศให้เป็นพวกเพื่อยึดวัดนฤมล นิลวรรณ รับบท…

Deadpool 2

นอกเหนือจากความกวนโอ้ย กวนประสาทของฮีโร่จอมกวนตีนอย่างเดดพูลแล้ว หนังภาคที่ 2 นี้อาจจะดูเหลวไหลไร้สาระตามประสา ยังไม่รวมไปถึงความปากหมาที่เที่ยวแซวหนังเรื่องอื่นไปทั่วทุกสตูดิโอ Deadpool 2 ยังมีโครงสร้างอะไรบางอย่างที่น่าสนใจ อ่อลืมบอกไปว่าผู้เขียนติดความกวนประสาทของเดดพูลมานิดหน่อย แต่เพื่อให้ไม่ให้เป็นการเสียมารยาท เมื่อคุณอ่านมาถึงบรรทัดนี้แล้ว โปรดจงรับรู้ว่า ย่อหน้าต่อไปกำลังจะมีการสปอยล์หนัง เราขอเตือนอีกทีว่าเรากำลังจะสปอยล์หนัง   เราเตือนแล้วนะว่าจะสปอยล์ ถ้ายังดันทุรังอ่านต่อแล้วมาว่ากันทีหลังไม่ได้แล้วนะ เอาล่ะ อันที่จริงหนังก็ทำให้เราเห็นตั้งแต่ฉากแรกเลยล่ะ ว่าเวด วิลสัน (ไรอัน เรย์โนลด์ส) นั้นกำลังเจ็บปวดจากความรักในเลเวลที่เขาเลือกจะจุดระเบิดให้ตัวเองร่างแหลกสลายเป็นชิ้นๆเพื่อให้ “ตายตาม” คนรักวาเนสซ่า (โมรีนา แบคคาริน) ซึ่งถูกมือปืนฆ่าอย่างไม่ได้ตั้งมั่น ด้วยความตรอมใจเดดพูลจึงไม่อยากมีชีวิตอยู่อีกต่อไป แต่ในเส้นแบ่งระหว่างความเป็นและความตาย เขาได้รับการช่วยชีวิตให้กลับมามีลมหายใจอีกทีโดย โคลอสซัส (พากย์โดย อังเดร ทริโคเท็กซ์) การกลับมีชีวิตในครั้งที่ 2 เดดพูลถูกดึงไปร่วมกลุ่มเอ็กซ์เมน ในการไปช่วยเหลือเหล่ามนุษย์กลายพันธุ์วัยรุ่นที่กำลังสับสนและก่ออาชญากรรมโดยไม่ได้ตั้งอกตั้งใจ เดดพูลจึงได้พบกับ รัสเซล / ไฟร์เออร์ฟิสต์ (จูเลียน เดนนิสัน) เด็กอ้วนที่ก่อปัญหาเพราะเขาโดนทารุณกรรมในสถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้า แต่แล้วความความคะนองมือส่งผลให้เดดพูลและรัสเซลถูกส่งตัวไปยังคุกจองจำมนุษย์กลายพันธุ์ ระหว่างที่อยู่ในคุก…

Frequency (เจาะเวลาผ่าความถี่ฆ่า)

วันนี้จะมาแนะนำหนังสนุกน่าดูแนวไซไฟที่น่าสนใจอีกเรื่องหนึ่งนะคะ เรื่องนี้เป็นเรื่องที่เคยได้รับรางวัล Saturn Award สาขาภาพยนตร์แฟนตาซียอดเยี่ยม สำหรับหนังประเภทแฟนตาซี ในปี 2000 ด้วยนะคะ คือหนังเรื่อง Frequency (เจาะเวลาผ่าความถี่ฆ่า) หนังเรื่องนี้เป็นหนังสัญชาติอเมริกันออกฉายในปี ค.ศ. 2000 จัดอยู่ในแนวดราม่า ระทึกขวัญไซไฟ นำแสดงโดย เดนนิส เควด และจิม คาวีเซล สำหรับเฮียเดนนิส เควด ซึ่งปัจจุบันอาจต้องเรียกลุง แต่แหมแลดูใจร้ายไปนิดงั้นลดอายุให้เฮียแกหน่อยอย่างเรียกลุงเลยเนอะ หลายท่านคงคุ้นหน้าคุ้นตาเฮียแกดี เพราะแกเล่นหนังหลายเรื่องหลายแนวเลยละคะ แต่ด้วยความที่หน้าตาแกแลดูใจดีทำให้เฮียแกมักแสดงในสไตล์ป๋าลุคอบอุ่น ที่จำได้ก็เรื่องแฝดจุ้นลุ้นรัก หรือว่าหนังแนวไซไฟอีกเรื่องคือ The Day After Tomorrow ถึงจะเป็นหนังแนวไซไฟแต่ก็รับบทพ่อที่รักลูกสุด ๆ และอีกหลาย ๆ เรื่อง สำหรับเรื่อง Frequency (เจาะเวลาผ่าความถี่ฆ่า) ถึงแม้จะเป็นหนังแนวดราม่าไซไฟระทึกขวัญก็เถอะ แต่เฮียแกก็มาในลุคพ่ออบอุ่นอีกเช่นเคย โดยเรื่องนี้รับบทเป็นพ่อของพระเอก จิม คาวีเซล คนอาจไม่ค่อยคุ้นหน้าแกเท่าไรเพราะภายหลังที่พี่จิม แกเคยรับบทพระเยซู…

wicker park ถลำรัก เล่ห์กลเสน่หา

Wicker Park เป็นภาพยนตร์อเมริกันแนวโรแมนติกดราม่าระทึกขวัญที่กำกับโดย Paul McGuigan และนำแสดงโดย Josh Hartnett, Rose Byrne, Diane Kruger และ Matthew Lillard เป็นการรีเมคจากภาพยนตร์ฝรั่งเศสเรื่อง L’Appartement ในปี 1996 ซึ่งมีพื้นฐานมาจาก A Midsummer Night’s Dream ของเชกสเปียร์ [2] [3] [4] ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลกรังด์ปรีซ์ในเทศกาลภาพยนตร์แห่งมอนทรีออลซึ่งเป็นเมืองที่มีการถ่ายทำภาพยนตร์บางส่วน [2] ชื่อนี้เป็นย่าน Wicker Park ทางฝั่งตะวันตกเฉียงเหนือของชิคาโก Matt Simon ผู้บริหารข้างโฆษณาชายหนุ่มกลับไปชิคาโกพร้อมกับคู่หมั้นของเขาหลังจากใช้เวลาสองปีที่ผ่านมาในนิวยอร์ก เขาเจอกับลุคเพื่อให้นเก่าระหว่างทางไปประชุมที่ร้านอาหารเพื่อให้เตรียมเดินทางไปทำธุรกิจที่จีน เมื่อเข้าไปข้างในแมตต์คิดว่าเขาได้ยินลิซ่านักเต้นสาวสวยที่เขาหลงรักเมื่อสองปีก่อนซึ่งหายไปในชั่วผ่านคืน ไม่สามารถเผชิญหน้ากับผู้หญิงที่เขาเชื่อว่าอาจจะเป็นลิซ่าเขาจึงออกเดินทางและเริ่มค้นหาคุณแทนในขณะที่เรื่องราวความรักของแมตต์และลิซ่าแผ่ออกไปในเหตุการณ์ย้อนหลัง คีย์การ์ดที่ผู้หญิงคนนั้นทิ้งไว้ที่ร้านอาหารพาแมตต์ไปที่โรงแรมซึ่งเขาพบว่าลิซ่าสีเงินขนาดกะทัดรัดและมีบทความในหนังสือพิมพ์ เขาฝากข้อความถึงลิซ่าไว้ที่บาร์ร้านอาหารยืมรถของลุคและเดินตามชายคนนั้นจากบทความในหนังสือพิมพ์ไปยังอพาร์ตเมนต์ แมตต์พบข้อความถึงลิซ่าใต้ประตูโดยมีกุญแจอยู่ อพาร์ทเมนต์ร้าง แต่เขาทิ้งลิซ่าไว้เพื่อให้ไปพบเขาที่ Wicker Park และเก็บกุญแจไว้ แมตต์ดีใจคืนรถให้ลุคที่โกรธจัดเพราะพลาดเดทกับอเล็กซ์แฟนสาวคนใหม่ของเขา เมื่ออเล็กซ์ชำรุดทรุดโทรมาแมตต์รับโทษและลุคก็เสียใจ…

เรื่อง Warriors of the Rainbow: Seediq Bale ตอนที่2

ในช่วงปลายฤดูใบไม้ร่วงปี 1930 หมู่บ้าน Mona Rudao จัดงานแต่งงานสำหรับคู่ชายหนุ่มสาว โมนารูดาโอะออกล่างานแต่งงานและสมุทราะวิวาทเพื่อให้ล่าสัตว์กับเตมูวาลิสซึ่งกำลังตามล่ากับตำรวจญี่ปุ่นโคจิมะเก็นจิและลูกชายของเขา ในงานแต่งงานโยชิมูระตำรวจญี่ปุ่นที่ได้รับการแต่งตั้งใหม่และมีอาการประหม่าเข้าตรวจทานหมู่บ้าน Tado Mona ลูกชายคนแรกของ Mona Rudao เสนอที่จะแบ่งปันไวน์ข้าวฟ่างโฮมบรูว์ของเขากับ Yoshimura แต่ Yoshimura คิดว่าเบียร์นั้นไม่ถูกสุขอนามัยเพราะมันถูกหมักด้วยน้ำลายและมือของ Tado Mona ก็เปื้อนเลือดจากสัตว์ที่เขาเพิ่งจะฆ่า การต่อสู้กับ Tado Mona และ Baso Mona น้องชายของเขาเกิดขึ้น การต่อสู้หยุดลง แต่โยชิมูระกลัวเอาชีวิตและขู่ว่าจะลงโทษคนทั้งหมู่บ้าน ภายหลังโมนารูดาโอะพยายามแก้ไขความเกี่ยวพันกับโยชิมูระซึ่งปฏิเสธที่จะยอมรับคำขอโทษ ชายชายหนุ่มรวมทั้ง Piho Sapo จากหมู่บ้าน Hogo มองว่าการลงโทษจำนวนมากเป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้และกระตุ้นให้ Mona Rudao เริ่มทำสงครามกับชาวญี่ปุ่น โมนารูดโอบอกพวกเขาว่าเป็นไปไม่ได้ที่จะชนะ แต่ยอมรับว่าสงครามเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้และตัดสินใจที่จะต่อสู้ อีกไม่กี่วัน Mona Rudao เรียกร้องให้หมู่บ้านที่มีสนธิสัญญาร่วมกองกำลัง พวกเขามีกำหนดการโจมตีชาวญี่ปุ่นในวันที่ 27 ตุลาคมซึ่งชาวญี่ปุ่นจะร่วมการแข่งขันกีฬา (ในความทรงจำของเจ้าชาย…

เรื่อง Warriors of the Rainbow: Seediq Bale

ภาพยนตร์เรื่องนี้เริ่มด้วยการล่าสัตว์ริมแม่น้ำบนภูเขาในไต้หวัน สองBununคนมีการล่าสัตว์หมูป่า แต่พวกเขาถูกโจมตีโดยกลุ่มที่นำโดยชายหนุ่มสาวโมนารุเดาโของคน Seediq Mona Rudao บุกรุกที่ฆ่าหนึ่งในนั้นและนำหมูป่าออกไป ในปี 1895 เมืองจีนสละไต้หวันไปยังญี่ปุ่นผ่านสนธิสัญญาชิโมโนเซกิ การรุกรานไต้หวันของญี่ปุ่นจบลงด้วยการที่ญี่ปุ่นเอาชนะการต่อต้านของจีนฮั่น เจ้าหน้าที่ทหารญี่ปุ่นมองว่าชาวพื้นเมืองเป็นอุปสรรคต่อทรัพยากรของไต้หวัน ต่อมาทีมทหารญี่ปุ่นถูกโจมตีโดยชาวพื้นเมือง การโจมตีดังที่กล่าวมาข้างต้นนำไปสู่การต่อสู้ระหว่างชาวญี่ปุ่นและชาวพื้นเมืองรวมทั้งโมนารูดาโอะบนหน้าผา ระหว่างเดินทางไปค้าขายกับชาวจีนฮั่นนอกภูเขาโมนารูดาโอยังระหองระแหงกับเตมูวาลิสชายชายหนุ่มชาวเซดิคจากกลุ่มโทดะ ชาวญี่ปุ่นห้ามไม่ให้ผู้คนค้าขายกับโมนารูดาโอะและร่วมมือกับกลุ่มบูนันเพื่อให้ให้คนของโมนารูดาโอะเมาและซุ่มโจมตีพวกเขาเมื่อพวกเขาหลับ หลังจากการต่อสู้บางครั้ง (1902 人止關และ 1903 姊妹姊妹 )[10] Rudao Luhe พ่อของ Mona Rudao ได้รับบาดเจ็บ หมู่บ้านมาเฮบุและหมู่บ้านใกล้เคียงตกอยู่ภายใต้การควบคุมของชาวญี่ปุ่น ยี่สิบปีผ่านไป มาเฮบูและหมู่บ้านอื่น ๆ ถูกบังคับให้ยกเลิกประเพณีการเก็บหัวที่พวกเขาล่ามา ผู้ชายต้องได้รับการตัดไม้ที่มีค่าแรงต่ำงานและห้ามพกปืนที่พวกเขาเป็นเจ้าของและจากการล่าสัตว์และมนุษย์ ผู้หญิงทำงานในบ้านของชาวญี่ปุ่นและเลิกทำงานทอผ้าแบบดั้งเดิม เด็ก ๆ รวมทั้ง Pawan Nawi เข้าโรงเรียนในหมู่บ้าน Wushe ผู้ชายซื้อเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และยาจากร้านขายของชำที่เป็นของชายชาวฮั่นซึ่งพวกเขาไม่พอใจเพราะตอนนี้พวกเขาเป็นหนี้ เหนือสิ่งอื่นใดพวกเขาไม่ได้รับอนุญาตให้สักใบหน้าเพราะว่าการได้รับรอยสักนั้นชายชายหนุ่มต้องฆ่าศัตรูและเอาศีรษะของพวกเขา เชื่อกันว่ารอยสักเป็นข้อกำหนดสำหรับชาว Seediq ที่จะ “ไปอีกฝั่งผ่านสะพานสายรุ้ง” หลังจากเสียชีวิต นอกจากนี้ยังมีคนชา%

เรื่อง คนเล็กกุ๊กเทวดา ตอนที่2

มี่คู่ใจ” เชฟโจวก็ได้พบความจริงว่าแท้จริงแล้วไม่มีใครชอบเขาเลย แถมเด็กรับใช้ที่เขาเก็บมาก็แสดงตัวตนที่แท้จริง เชฟโจวถูกหักหลัง สิ้นเนื้อประดาตัว เปลี่ยนเป็นใครก็ไม่รู้ ไม่มีใครสนใจใยดี เขากลับมาเป็นไอ้ขี้แพ้คนหนึ่งเหมือนเด็กรับใช้ที่เขาเคยแกล้งเป็นประจำ แต่ก็ยังอุตส่าห์ไปเบ่งกินฟรีในตลาดจนถูกจิ๊กโก๋ประจำตลาดซ้อมซะน่วม โชคดีที่ได้รับการช่วยเหลือจาก เจ๊จี แม่ค้าขายบะหมี่หน้าตาแสนขี้เหร่ ขณะท้องหิวไส้แทบขาด เจ๊จียื่นอาหารที่เขายอมรับสารภาพว่ามันคืออาหารที่อร่อยที่สุดในชีวิต แม้ว่ามันจะเป็นเพียงข้าวหน้าหมูย่างธรรมดาๆ เจ๊จี แม่ค้าขี้ริ้วน้ำใจงามคอยช่วยเหลือเชฟโจวทุกอย่าง จนที่สุดเขาก็กลับมาทำธุรกิจลูกชิ้นเนื้อกระจกที่เด้งดึ๋งขนาดเอาเล่นเป็นปิงปองได้จนกลับมาร่ำรวย แต่สิ่งหนึ่งที่เขาต้องการคือการกลับไปยืนในตำแหน่งกุ๊กเทวดาอีกรอบโดยการเข้าแข่งขันชิงแชมป์ยอดกุ๊ก โดยมีเจ๊จีคอยเอาใจช่วยอยู่ไม่ห่างแม้ว่าเชฟโจวจะแสดงความรังเกียจหน้าตาแสนขี้เหร่ของคุณอยู่ตลอดเวลา เชฟโจวเดินทางไปฝึกวิชาที่เมืองจีนโดยมีเจ๊จีแอบตามไป ตรงนั้นเขาถูกมือฆ่าตามเก็บแต่ก็รอดมาหวุดหวิด โดยมีเจ๊จีแม่ค้าขี้เหร่ที่เขารังเกียจเอาตัวเองขวางลูกกระสุนแทนเขา! ไคลแมกซ์ของหนังอยู่ช่วงท้ายคือการแข่งขันทำอาหารชิงแชมป์ยอดกุ๊ก เชฟโจวเลือกทำพระกระโดดกำแพง แต่ก็โดนกลโกงของข้างตรงผ่านเล่นงานจนพระกระโดดกำแพงเสียหาย เหลือเวลาอีก ๓ นาที เชฟโจวต้องทำอาหารที่ดีที่สุดออกมาให้ได้ และสิ่งเดียวที่เขานึกถึงก็คือ…ข้าวหน้าหมูย่างแถมไข่ดาวอีกฟอง อาหารที่อร่อยที่สุดในชีวิตที่เจ๊จีหยิบยื่นให้เขายามตกต่ำ เรื่องจบลงยังไงคงไม่ต้องเดา แน่ๆว่าแฮปปี้เอ็นดิ้งตามสไตล์เฮียโจว ทั้งเรื่องเต็มไปด้วยเสียหัวเราะ ขนาดฉากที่ต้องจริงจังแกก็ยังเสือกใส่มุขซะจนจริงจังไม่ออก แต่ก็อย่างที่บอกครับ ถ้าเพ่งพิจารณาซักหน่อยเราก็คงได้แง่คิดจากอารมณ์ขันเหล่านั้น ส่วนตัวแล้วยังไงๆ ก็ไม่ค่อยชอบเชฟโจวอยู่ดี เขาคือตัวแทนของSystemทุนนิยมชัดเจน ขนาดอยู่ในช่วงตกต่ำก็ยังอุตส่าห์ฝันเฟื่องคิดไกลว่าจะกลับมาร่ำรวยอีกรอบ จริงอยู่ที่เป็นเรื่องปกติของคนทำธุรกิจ แต่วิธีการนั่นสิ ที่เขากลับมาร่ำรวยได้เพราะเจ๊จีและชาวตลาด โดยเฉพาะเจ๊จี เพียงเพราะคุณขี้ริ้วใช่ไหม เขาจึงรังเกียจคุณทั้งที่คุณช่วยชีวิตเขาเอาไว้ถึงสองครั้งสองครา จวบจนท้ายเรื่องเมื่อเจ๊จีกลับมาสวย เขาถึงเริ่มหันมามองคุณด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป

สปอยหนัง The Moon That Embraces the Sun (2012)

The Moon That Embraces the Sun (2012) ตายห่าแบบกรีดน้ำตาคาจอทีวี เป็นซีรีส์ในดวงใจตลอดกาลนานชั่วกัลปาวสาน!!! . ซีรีส์ปี 2012 !!! ขอยอมรับเลยว่ารีวิวช้าไป 7 ปี คือเพิ่งจะเจอใน Netflix จึงดู แบบว่าดูไปติดทันทีตั้งแต่ยังไม่ถึง 5 นาทีแล้วดูยาวๆไปจนจบ แบบว่าอินไม่รู้สึกตัว ช่วงที่ติดนี่ใครชวนไปไหนก็ไม่ไป อ้างฝุ่นพิษ ไม่อยากออกนอกบ้าน ซื้อของกินมาตุนเก็บในบ้าน แล้วดูไปแบบว่า 20 ตอนก็ไม่ได้ดูต่อเนื่องนะ แต่คือยังไงก็ต้องดู มีอยู่คืนนึงไม่ได้หลับเลย ดูยาวจนเช้า มันดีมากกก และดูไปบางตอนนี่นั่งร้องไห้ไปแบบปล่อยโฮยาวๆเหมือนคนบ้า อีดอกกกกกกก เกาหลีมึง มึง มึง มึงฆ่ากูดีมากกว่า ทำไมมึงทำซีรีส์เก่งขนาดนี้ คือเข้าใจพวกบ้าซีรีส์เกาหลีแล้ว ทำไมถึงคลั่งได้ขนาดนี้ นี่ดูไปคิดไป ฮือออออออออออ รักมากกกกเลย . เรื่องราวคร่าวๆก็คือ องค์ชายรัชผู้สืบสกุลไปตกหลุมรักกับ ยอนอูบุตรสาวของที่ปรึกษาประจำราชสำนักตั้งแต่ยังเด็ก…

“ไอ้ฟัก”

เรื่องย่อ เมื่อ 30 ปี ก่อนที่หมู่บ้านธรรมะสว่าง หมู่บ้านเล็กๆ ในภาคกลางอันอุดมบริบูรณ์ของเมืองไทย ที่ซึ่งศาสนา ประเพณี และวิถีชีวิตราษฎรผูกพันกันอย่างเหนียวแน่น ฟัก บวชเรียนตั้งแต่เด็กและตั้งมั่นปวารณาตัวทั้งชีวิตเพื่อให้พระพุทธศาสนา ราษฎรต่างหวังว่าเขาจะเป็นพระสงฆ์ที่น่าเคารพ เป็นที่เชิดหน้ายกตาของวัด แต่เมื่อย่างเข้าวัยชายหนุ่มกลับตัดสินใจขอลาศึกออกมา เพราะพ่อของเขาเริ่มไม่แข็งแรง จากนั้นเขาก็ถูกเกณฑ์ทหาร เมื่อเขากลับบ้านมาหลังปลดประจำการจากการเป็นทหาร เขาได้พบ สมทรง หญิงสาวแปลกหน้าโดยบังเอิญ และรู้สึกเหมือนรักแรกพบ แล้วโชคชะตาก็เล่นตลกกับฟัก เมื่อเขากลับบ้าน เขาพบว่าสมทรงเป็นสาวที่ไม่เต็มเต็ง และยิ่งไปกว่านั้น คุณยังเป็นเมียของพ่อเขาอีก และจู่ๆ พ่อของเขาก็ตายจากไป ทิ้งสมทรงให้เป็นภาระของฟักที่ต้องดูแล การใช้ชีวิตตามลำพังกับสมทรง ฟักต้องต่อสู้อย่างหนักกับความปรารถนาทั้งทางร่างกายและทางหัวใจที่เขามีต่อคุณ แม้จะยากแต่เขาก็รับเลี้ยงดูและอยู่ร่วมกันกับคุณต่อไป เพราะเขาคิดว่าเป็นหน้าที่ที่พึงมีต่อมนุษย์ผู้อ่อนแอกว่า และที่สำคัญ เขาเองก็สุขสบายที่ได้ใช้ชีวิตกับคุณ ราษฎรเริ่มจับตาพฤติกรรมของชายหนุ่มสาวคู่นี้มาขึ้น ในที่สุดประชาชนก็เชื่อแน่ว่า ฟัก ปฏิบัติผิดอย่างร้ายกาจคือ เอาเมียพ่อเป็นเมีย ทั้งๆ ที่เขาไม่เคยล่วงเกินอะไรก็แล้วแต่ทางกายต่อสมทรง และเขาก็สาบานกับตัวเองว่า เขาไม่มีวันร่วมหลับนอนกับคุณเด็ดขาด พฤติกรรมแปลกๆ ของสมทรง เช่น แก้ผ้าอาบน้ำไม่เป็นที่เป็นทาง ร้อนก็ถอดเสื้อผ้ากลางสวน…